blog element

Blog element

ในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอมีมากมาย เนื่องจากเส้นใยของ กัญชง มีคุณภาพสูงสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้หลายชนิด อาทิ การทำเสื้อผ้า, เยื่อกระดาษ, เชือกต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าคุณสมบัติเส้นใยของ กัญชง มีความแข็งแรงกว่าฝ้าย 2 เท่า โดยพบว่าการปลูกกัญชง 10 ไร่ จะให้ผลผลิตเส้นใยเท่ากับการปลูกฝ้าย 20-30 ไร่

ในส่วนเมล็ดของ กัญชง ก็มีประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากมีโปรตีนสูงมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าโปรตีนถั่วเหลืองจึงสามารถนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ทดแทนถั่วเหลืองได้ อาทิ น้ำเต้าหู้, เนย, ชีส, น้ำมันสลัด, โปรตีนเกษตร เป็นต้น รวมทั้งยังนำมาทำแป้งได้อีกด้วย รวมทั้งน้ำมันในเมล็ดกัญชงยังให้กรดไขมัน Omega-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันจากปลา ซึ่งพบว่าการบริโภค Omega-3 ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของกัญชงมีมากมายหลายด้าน และจากที่มีการอนุญาตให้กัญชงสามารถปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจได้ ไม่แน่ในอนาคต กัญชง อาจมาเป็นสินค้าสำคัญในตลาดโลกและเป็นคู่แข่งกับการปลูกฝ้ายก็ได้

ภาพและข้อมูลจากoncb.go.th,oncb.go.th

หลังมีประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเรื่องการกำหนดลักษณะกัญชงออกมา ที่มีการกำหนดว่ากัญชงที่ไม่ถือเป็นยาเสพติดประเภท 5 ในใบและช่อดอกจะต้องมีปริมาณสารทีเอชซีไม่เกิน 0.5% ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงไปศึกษาเพื่อปรับแก้ในประกาศให้ส่วนของสารทีเอชซีในใบและช่อดอกจาก 0.5% เป็น 1%

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเรียกร้องของเครือข่ายประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์ สำหรับประชาชนให้แก้ข้อกำหนดกัญชงในส่วนของสารทีเอชซี (THC) ในเมล็ดกัญชงจาก 0.3% และในใบและดอกกัญชงจาก 0.5% ให้เป็น 1%

โดยอาจกำหนดให้เป็นช่วงตั้งแต่ 0.2-1% ว่า จากข้อกังวลที่กำหนดลักษณะของกัญชงเช่นนี้แล้วจะไปเอื้อกลุ่มทุน โดยขอให้กลับไปเป็น 1% ตามข้อกำหนดเดิม ก็ได้มอบหมายให้ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปปรึกษากับคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษในการปรับแก้ประกาศให้กลับไปที่ 1% ได้หรือไม่ เพื่อให้ทั้งกลุ่มทุน และชาวบ้าน เข้าถึงได้

นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่ได้เอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เอาให้ผลสำเร็จตอนออกประกาศก็คิดแค่จะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้คิดว่าเรื่องตัวเลข จะเป็นความผิดอะไร ส่วนเรื่องของการส่งออกยืนยันว่าก็ต้องทำตามมาตรฐานของต่างประเทศ หากกำหนดทีเอชซีไม่เกิน 0.2% ก็ต้องทำตาม แต่ทั้งหมดยืนยันว่าทำเพื่อการแพทย์

ครม.ไฟเขียวปลูกกัญชง ใน 6 จังหวัดเหนือ หวังเป็นประโยชน์ทางอุตสาหกรรม-การแพทย์ เริ่มปี 2560 ขณะที่ ‘กระท่อม-กัญชา’ อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

เมื่อวันที่27 ธ.ค. 59 นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) ได้ออกมาเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ปลูกพืชกัญชงได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยเปิดพื้นที่โซนนิ่งให้ปลูกได้ใน 6 จังหวัด รวม 15 อำเภอ ที่ภาคเหนือของไทย จะเริ่มดำเนินการในปี 2560

ซึ่งนายศิรินทร์ยา ได้กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ ครม. อนุมัติให้ปลูกกัญชงได้ในประเทศนั้น เป็นเพราะเห็นว่ากัญชงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม โดยพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้นต้องมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาร (ทีเอชซี) ไม่เกิน 1% เท่านั้น หากตรวจพบเกินค่าที่กำหนดจะเข้าข่ายมีความผิดทันที

ส่วนอนุญาตให้ปลูกพืชกระท่อมเสรีนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาประกอบให้พิจารณาปรับแก้กฎหมายเปิดช่องให้สามารถนำมาใช้ในบ้าน เช่น การเคี้ยว หรือต้ม ในส่วนของกัญชายังมีความเห็นขัดแย้งอยู่ เพราะแพทย์ให้ความเห็นว่าสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ แต่ก็มีอันตรายจากสารที่เป็นตัวอนุพันธ์ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่างที่คณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน

สำหรับพื้นที่ที่อนุญาตให้ปลูกกัญชงได้นั้น ประกอบด้วย

ในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอมีมากมาย เนื่องจากเส้นใยของ กัญชง มีคุณภาพสูงสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้หลายชนิด อาทิ การทำเสื้อผ้า, เยื่อกระดาษ, เชือกต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าคุณสมบัติเส้นใยของ กัญชง มีความแข็งแรงกว่าฝ้าย 2 เท่า โดยพบว่าการปลูกกัญชง 10 ไร่ จะให้ผลผลิตเส้นใยเท่ากับการปลูกฝ้าย 20-30 ไร่

ในส่วนเมล็ดของ กัญชง ก็มีประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากมีโปรตีนสูงมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าโปรตีนถั่วเหลืองจึงสามารถนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ทดแทนถั่วเหลืองได้ อาทิ น้ำเต้าหู้, เนย, ชีส, น้ำมันสลัด, โปรตีนเกษตร เป็นต้น รวมทั้งยังนำมาทำแป้งได้อีกด้วย รวมทั้งน้ำมันในเมล็ดกัญชงยังให้กรดไขมัน Omega-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันจากปลา ซึ่งพบว่าการบริโภค Omega-3 ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของกัญชงมีมากมายหลายด้าน และจากที่มีการอนุญาตให้กัญชงสามารถปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจได้ ไม่แน่ในอนาคต กัญชง อาจมาเป็นสินค้าสำคัญในตลาดโลกและเป็นคู่แข่งกับการปลูกฝ้ายก็ได้

ภาพและข้อมูลจากoncb.go.th,oncb.go.th

หลังมีประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเรื่องการกำหนดลักษณะกัญชงออกมา ที่มีการกำหนดว่ากัญชงที่ไม่ถือเป็นยาเสพติดประเภท 5 ในใบและช่อดอกจะต้องมีปริมาณสารทีเอชซีไม่เกิน 0.5% ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงไปศึกษาเพื่อปรับแก้ในประกาศให้ส่วนของสารทีเอชซีในใบและช่อดอกจาก 0.5% เป็น 1%

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเรียกร้องของเครือข่ายประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์ สำหรับประชาชนให้แก้ข้อกำหนดกัญชงในส่วนของสารทีเอชซี (THC) ในเมล็ดกัญชงจาก 0.3% และในใบและดอกกัญชงจาก 0.5% ให้เป็น 1%

โดยอาจกำหนดให้เป็นช่วงตั้งแต่ 0.2-1% ว่า จากข้อกังวลที่กำหนดลักษณะของกัญชงเช่นนี้แล้วจะไปเอื้อกลุ่มทุน โดยขอให้กลับไปเป็น 1% ตามข้อกำหนดเดิม ก็ได้มอบหมายให้ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปปรึกษากับคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษในการปรับแก้ประกาศให้กลับไปที่ 1% ได้หรือไม่ เพื่อให้ทั้งกลุ่มทุน และชาวบ้าน เข้าถึงได้

นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่ได้เอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เอาให้ผลสำเร็จตอนออกประกาศก็คิดแค่จะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้คิดว่าเรื่องตัวเลข จะเป็นความผิดอะไร ส่วนเรื่องของการส่งออกยืนยันว่าก็ต้องทำตามมาตรฐานของต่างประเทศ หากกำหนดทีเอชซีไม่เกิน 0.2% ก็ต้องทำตาม แต่ทั้งหมดยืนยันว่าทำเพื่อการแพทย์

ครม.ไฟเขียวปลูกกัญชง ใน 6 จังหวัดเหนือ หวังเป็นประโยชน์ทางอุตสาหกรรม-การแพทย์ เริ่มปี 2560 ขณะที่ ‘กระท่อม-กัญชา’ อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

เมื่อวันที่27 ธ.ค. 59 นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) ได้ออกมาเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ปลูกพืชกัญชงได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยเปิดพื้นที่โซนนิ่งให้ปลูกได้ใน 6 จังหวัด รวม 15 อำเภอ ที่ภาคเหนือของไทย จะเริ่มดำเนินการในปี 2560

ซึ่งนายศิรินทร์ยา ได้กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ ครม. อนุมัติให้ปลูกกัญชงได้ในประเทศนั้น เป็นเพราะเห็นว่ากัญชงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม โดยพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้นต้องมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาร (ทีเอชซี) ไม่เกิน 1% เท่านั้น หากตรวจพบเกินค่าที่กำหนดจะเข้าข่ายมีความผิดทันที

ส่วนอนุญาตให้ปลูกพืชกระท่อมเสรีนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาประกอบให้พิจารณาปรับแก้กฎหมายเปิดช่องให้สามารถนำมาใช้ในบ้าน เช่น การเคี้ยว หรือต้ม ในส่วนของกัญชายังมีความเห็นขัดแย้งอยู่ เพราะแพทย์ให้ความเห็นว่าสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ แต่ก็มีอันตรายจากสารที่เป็นตัวอนุพันธ์ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่างที่คณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน

สำหรับพื้นที่ที่อนุญาตให้ปลูกกัญชงได้นั้น ประกอบด้วย

ในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอมีมากมาย เนื่องจากเส้นใยของ กัญชง มีคุณภาพสูงสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้หลายชนิด อาทิ การทำเสื้อผ้า, เยื่อกระดาษ, เชือกต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าคุณสมบัติเส้นใยของ กัญชง มีความแข็งแรงกว่าฝ้าย 2 เท่า โดยพบว่าการปลูกกัญชง 10 ไร่ จะให้ผลผลิตเส้นใยเท่ากับการปลูกฝ้าย 20-30 ไร่

ในส่วนเมล็ดของ กัญชง ก็มีประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากมีโปรตีนสูงมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าโปรตีนถั่วเหลืองจึงสามารถนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ทดแทนถั่วเหลืองได้ อาทิ น้ำเต้าหู้, เนย, ชีส, น้ำมันสลัด, โปรตีนเกษตร เป็นต้น รวมทั้งยังนำมาทำแป้งได้อีกด้วย รวมทั้งน้ำมันในเมล็ดกัญชงยังให้กรดไขมัน Omega-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันจากปลา ซึ่งพบว่าการบริโภค Omega-3 ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของกัญชงมีมากมายหลายด้าน และจากที่มีการอนุญาตให้กัญชงสามารถปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจได้ ไม่แน่ในอนาคต กัญชง อาจมาเป็นสินค้าสำคัญในตลาดโลกและเป็นคู่แข่งกับการปลูกฝ้ายก็ได้

ภาพและข้อมูลจากoncb.go.th,oncb.go.th

หลังมีประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเรื่องการกำหนดลักษณะกัญชงออกมา ที่มีการกำหนดว่ากัญชงที่ไม่ถือเป็นยาเสพติดประเภท 5 ในใบและช่อดอกจะต้องมีปริมาณสารทีเอชซีไม่เกิน 0.5% ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงไปศึกษาเพื่อปรับแก้ในประกาศให้ส่วนของสารทีเอชซีในใบและช่อดอกจาก 0.5% เป็น 1%

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเรียกร้องของเครือข่ายประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์ สำหรับประชาชนให้แก้ข้อกำหนดกัญชงในส่วนของสารทีเอชซี (THC) ในเมล็ดกัญชงจาก 0.3% และในใบและดอกกัญชงจาก 0.5% ให้เป็น 1%

โดยอาจกำหนดให้เป็นช่วงตั้งแต่ 0.2-1% ว่า จากข้อกังวลที่กำหนดลักษณะของกัญชงเช่นนี้แล้วจะไปเอื้อกลุ่มทุน โดยขอให้กลับไปเป็น 1% ตามข้อกำหนดเดิม ก็ได้มอบหมายให้ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปปรึกษากับคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษในการปรับแก้ประกาศให้กลับไปที่ 1% ได้หรือไม่ เพื่อให้ทั้งกลุ่มทุน และชาวบ้าน เข้าถึงได้

นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่ได้เอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เอาให้ผลสำเร็จตอนออกประกาศก็คิดแค่จะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้คิดว่าเรื่องตัวเลข จะเป็นความผิดอะไร ส่วนเรื่องของการส่งออกยืนยันว่าก็ต้องทำตามมาตรฐานของต่างประเทศ หากกำหนดทีเอชซีไม่เกิน 0.2% ก็ต้องทำตาม แต่ทั้งหมดยืนยันว่าทำเพื่อการแพทย์

ครม.ไฟเขียวปลูกกัญชง ใน 6 จังหวัดเหนือ หวังเป็นประโยชน์ทางอุตสาหกรรม-การแพทย์ เริ่มปี 2560 ขณะที่ ‘กระท่อม-กัญชา’ อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

เมื่อวันที่27 ธ.ค. 59 นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) ได้ออกมาเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ปลูกพืชกัญชงได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยเปิดพื้นที่โซนนิ่งให้ปลูกได้ใน 6 จังหวัด รวม 15 อำเภอ ที่ภาคเหนือของไทย จะเริ่มดำเนินการในปี 2560

ซึ่งนายศิรินทร์ยา ได้กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ ครม. cbd oil อนุมัติให้ปลูกกัญชงได้ในประเทศนั้น เป็นเพราะเห็นว่ากัญชงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม โดยพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้นต้องมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาร (ทีเอชซี) ไม่เกิน 1% เท่านั้น หากตรวจพบเกินค่าที่กำหนดจะเข้าข่ายมีความผิดทันที

ส่วนอนุญาตให้ปลูกพืชกระท่อมเสรีนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาประกอบให้พิจารณาปรับแก้กฎหมายเปิดช่องให้สามารถนำมาใช้ในบ้าน เช่น การเคี้ยว หรือต้ม ในส่วนของกัญชายังมีความเห็นขัดแย้งอยู่ เพราะแพทย์ให้ความเห็นว่าสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ แต่ก็มีอันตรายจากสารที่เป็นตัวอนุพันธ์ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่างที่คณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน

สำหรับพื้นที่ที่อนุญาตให้ปลูกกัญชงได้นั้น ประกอบด้วย

ในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอมีมากมาย เนื่องจากเส้นใยของ กัญชง มีคุณภาพสูงสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้หลายชนิด อาทิ การทำเสื้อผ้า, เยื่อกระดาษ, เชือกต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าคุณสมบัติเส้นใยของ กัญชง มีความแข็งแรงกว่าฝ้าย 2 เท่า โดยพบว่าการปลูกกัญชง 10 ไร่ จะให้ผลผลิตเส้นใยเท่ากับการปลูกฝ้าย 20-30 ไร่

ในส่วนเมล็ดของ กัญชง ก็มีประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากมีโปรตีนสูงมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าโปรตีนถั่วเหลืองจึงสามารถนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ทดแทนถั่วเหลืองได้ อาทิ น้ำเต้าหู้, เนย, ชีส, น้ำมันสลัด, โปรตีนเกษตร เป็นต้น รวมทั้งยังนำมาทำแป้งได้อีกด้วย รวมทั้งน้ำมันในเมล็ดกัญชงยังให้กรดไขมัน Omega-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันจากปลา ซึ่งพบว่าการบริโภค Omega-3 ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของกัญชงมีมากมายหลายด้าน และจากที่มีการอนุญาตให้กัญชงสามารถปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจได้ ไม่แน่ในอนาคต กัญชง อาจมาเป็นสินค้าสำคัญในตลาดโลกและเป็นคู่แข่งกับการปลูกฝ้ายก็ได้

ภาพและข้อมูลจากoncb.go.th,oncb.go.th

หลังมีประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเรื่องการกำหนดลักษณะกัญชงออกมา ที่มีการกำหนดว่ากัญชงที่ไม่ถือเป็นยาเสพติดประเภท 5 ในใบและช่อดอกจะต้องมีปริมาณสารทีเอชซีไม่เกิน 0.5% ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงไปศึกษาเพื่อปรับแก้ในประกาศให้ส่วนของสารทีเอชซีในใบและช่อดอกจาก 0.5% เป็น 1%

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเรียกร้องของเครือข่ายประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์ สำหรับประชาชนให้แก้ข้อกำหนดกัญชงในส่วนของสารทีเอชซี (THC) ในเมล็ดกัญชงจาก 0.3% และในใบและดอกกัญชงจาก 0.5% ให้เป็น 1%

โดยอาจกำหนดให้เป็นช่วงตั้งแต่ 0.2-1% ว่า จากข้อกังวลที่กำหนดลักษณะของกัญชงเช่นนี้แล้วจะไปเอื้อกลุ่มทุน โดยขอให้กลับไปเป็น 1% ตามข้อกำหนดเดิม ก็ได้มอบหมายให้ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปปรึกษากับคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษในการปรับแก้ประกาศให้กลับไปที่ 1% ได้หรือไม่ เพื่อให้ทั้งกลุ่มทุน และชาวบ้าน เข้าถึงได้

นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่ได้เอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เอาให้ผลสำเร็จตอนออกประกาศก็คิดแค่จะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้คิดว่าเรื่องตัวเลข จะเป็นความผิดอะไร ส่วนเรื่องของการส่งออกยืนยันว่าก็ต้องทำตามมาตรฐานของต่างประเทศ หากกำหนดทีเอชซีไม่เกิน 0.2% ก็ต้องทำตาม แต่ทั้งหมดยืนยันว่าทำเพื่อการแพทย์

ครม.ไฟเขียวปลูกกัญชง ใน 6 จังหวัดเหนือ หวังเป็นประโยชน์ทางอุตสาหกรรม-การแพทย์ เริ่มปี 2560 ขณะที่ ‘กระท่อม-กัญชา’ อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

เมื่อวันที่27 ธ.ค. 59 นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) ได้ออกมาเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ปลูกพืชกัญชงได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยเปิดพื้นที่โซนนิ่งให้ปลูกได้ใน 6 จังหวัด รวม 15 อำเภอ ที่ภาคเหนือของไทย จะเริ่มดำเนินการในปี 2560

ซึ่งนายศิรินทร์ยา ได้กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ ครม. อนุมัติให้ปลูกกัญชงได้ในประเทศนั้น เป็นเพราะเห็นว่ากัญชงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม โดยพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้นต้องมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาร (ทีเอชซี) ไม่เกิน 1% เท่านั้น หากตรวจพบเกินค่าที่กำหนดจะเข้าข่ายมีความผิดทันที

ส่วนอนุญาตให้ปลูกพืชกระท่อมเสรีนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาประกอบให้พิจารณาปรับแก้กฎหมายเปิดช่องให้สามารถนำมาใช้ในบ้าน เช่น การเคี้ยว หรือต้ม ในส่วนของกัญชายังมีความเห็นขัดแย้งอยู่ เพราะแพทย์ให้ความเห็นว่าสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ แต่ก็มีอันตรายจากสารที่เป็นตัวอนุพันธ์ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่างที่คณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน

สำหรับพื้นที่ที่อนุญาตให้ปลูกกัญชงได้นั้น ประกอบด้วย

ในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอมีมากมาย เนื่องจากเส้นใยของ กัญชง มีคุณภาพสูงสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้หลายชนิด อาทิ การทำเสื้อผ้า, เยื่อกระดาษ, เชือกต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าคุณสมบัติเส้นใยของ กัญชง มีความแข็งแรงกว่าฝ้าย 2 เท่า โดยพบว่าการปลูกกัญชง 10 ไร่ จะให้ผลผลิตเส้นใยเท่ากับการปลูกฝ้าย 20-30 ไร่

ในส่วนเมล็ดของ กัญชง ก็มีประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากมีโปรตีนสูงมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าโปรตีนถั่วเหลืองจึงสามารถนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ทดแทนถั่วเหลืองได้ อาทิ น้ำเต้าหู้, เนย, ชีส, น้ำมันสลัด, โปรตีนเกษตร เป็นต้น รวมทั้งยังนำมาทำแป้งได้อีกด้วย รวมทั้งน้ำมันในเมล็ดกัญชงยังให้กรดไขมัน Omega-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันจากปลา ซึ่งพบว่าการบริโภค Omega-3 ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของกัญชงมีมากมายหลายด้าน และจากที่มีการอนุญาตให้กัญชงสามารถปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจได้ ไม่แน่ในอนาคต กัญชง อาจมาเป็นสินค้าสำคัญในตลาดโลกและเป็นคู่แข่งกับการปลูกฝ้ายก็ได้

ภาพและข้อมูลจากoncb.go.th,oncb.go.th

หลังมีประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเรื่องการกำหนดลักษณะกัญชงออกมา ที่มีการกำหนดว่ากัญชงที่ไม่ถือเป็นยาเสพติดประเภท 5 ในใบและช่อดอกจะต้องมีปริมาณสารทีเอชซีไม่เกิน 0.5% ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงไปศึกษาเพื่อปรับแก้ในประกาศให้ส่วนของสารทีเอชซีในใบและช่อดอกจาก 0.5% เป็น 1%

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเรียกร้องของเครือข่ายประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์ สำหรับประชาชนให้แก้ข้อกำหนดกัญชงในส่วนของสารทีเอชซี (THC) ในเมล็ดกัญชงจาก 0.3% และในใบและดอกกัญชงจาก 0.5% ให้เป็น 1%

โดยอาจกำหนดให้เป็นช่วงตั้งแต่ 0.2-1% ว่า จากข้อกังวลที่กำหนดลักษณะของกัญชงเช่นนี้แล้วจะไปเอื้อกลุ่มทุน โดยขอให้กลับไปเป็น 1% ตามข้อกำหนดเดิม ก็ได้มอบหมายให้ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปปรึกษากับคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษในการปรับแก้ประกาศให้กลับไปที่ 1% ได้หรือไม่ เพื่อให้ทั้งกลุ่มทุน และชาวบ้าน เข้าถึงได้

นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่ได้เอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เอาให้ผลสำเร็จตอนออกประกาศก็คิดแค่จะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้คิดว่าเรื่องตัวเลข จะเป็นความผิดอะไร ส่วนเรื่องของการส่งออกยืนยันว่าก็ต้องทำตามมาตรฐานของต่างประเทศ หากกำหนดทีเอชซีไม่เกิน 0.2% ก็ต้องทำตาม แต่ทั้งหมดยืนยันว่าทำเพื่อการแพทย์

ครม.ไฟเขียวปลูกกัญชง ใน 6 จังหวัดเหนือ หวังเป็นประโยชน์ทางอุตสาหกรรม-การแพทย์ เริ่มปี 2560 ขณะที่ ‘กระท่อม-กัญชา’ อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

เมื่อวันที่27 ธ.ค. 59 นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) ได้ออกมาเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ปลูกพืชกัญชงได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยเปิดพื้นที่โซนนิ่งให้ปลูกได้ใน 6 จังหวัด รวม 15 อำเภอ ที่ภาคเหนือของไทย จะเริ่มดำเนินการในปี 2560

ซึ่งนายศิรินทร์ยา ได้กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ ครม. gummies50mg jar อนุมัติให้ปลูกกัญชงได้ในประเทศนั้น เป็นเพราะเห็นว่ากัญชงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม โดยพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้นต้องมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาร (ทีเอชซี) ไม่เกิน 1% เท่านั้น หากตรวจพบเกินค่าที่กำหนดจะเข้าข่ายมีความผิดทันที

ส่วนอนุญาตให้ปลูกพืชกระท่อมเสรีนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาประกอบให้พิจารณาปรับแก้กฎหมายเปิดช่องให้สามารถนำมาใช้ในบ้าน เช่น การเคี้ยว หรือต้ม ในส่วนของกัญชายังมีความเห็นขัดแย้งอยู่ เพราะแพทย์ให้ความเห็นว่าสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ แต่ก็มีอันตรายจากสารที่เป็นตัวอนุพันธ์ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่างที่คณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน

สำหรับพื้นที่ที่อนุญาตให้ปลูกกัญชงได้นั้น ประกอบด้วย

ในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอมีมากมาย เนื่องจากเส้นใยของ กัญชง มีคุณภาพสูงสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้หลายชนิด อาทิ การทำเสื้อผ้า, เยื่อกระดาษ, เชือกต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าคุณสมบัติเส้นใยของ กัญชง มีความแข็งแรงกว่าฝ้าย 2 เท่า โดยพบว่าการปลูกกัญชง 10 ไร่ จะให้ผลผลิตเส้นใยเท่ากับการปลูกฝ้าย 20-30 ไร่

ในส่วนเมล็ดของ กัญชง ก็มีประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากมีโปรตีนสูงมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าโปรตีนถั่วเหลืองจึงสามารถนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ทดแทนถั่วเหลืองได้ อาทิ น้ำเต้าหู้, เนย, ชีส, น้ำมันสลัด, โปรตีนเกษตร เป็นต้น รวมทั้งยังนำมาทำแป้งได้อีกด้วย รวมทั้งน้ำมันในเมล็ดกัญชงยังให้กรดไขมัน Omega-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันจากปลา ซึ่งพบว่าการบริโภค Omega-3 ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของกัญชงมีมากมายหลายด้าน และจากที่มีการอนุญาตให้กัญชงสามารถปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจได้ ไม่แน่ในอนาคต กัญชง อาจมาเป็นสินค้าสำคัญในตลาดโลกและเป็นคู่แข่งกับการปลูกฝ้ายก็ได้

ภาพและข้อมูลจากoncb.go.th,oncb.go.th

หลังมีประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเรื่องการกำหนดลักษณะกัญชงออกมา ที่มีการกำหนดว่ากัญชงที่ไม่ถือเป็นยาเสพติดประเภท 5 ในใบและช่อดอกจะต้องมีปริมาณสารทีเอชซีไม่เกิน 0.5% ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงไปศึกษาเพื่อปรับแก้ในประกาศให้ส่วนของสารทีเอชซีในใบและช่อดอกจาก 0.5% เป็น 1%

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเรียกร้องของเครือข่ายประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์ สำหรับประชาชนให้แก้ข้อกำหนดกัญชงในส่วนของสารทีเอชซี (THC) ในเมล็ดกัญชงจาก 0.3% และในใบและดอกกัญชงจาก 0.5% ให้เป็น 1%

โดยอาจกำหนดให้เป็นช่วงตั้งแต่ 0.2-1% ว่า จากข้อกังวลที่กำหนดลักษณะของกัญชงเช่นนี้แล้วจะไปเอื้อกลุ่มทุน โดยขอให้กลับไปเป็น 1% ตามข้อกำหนดเดิม ก็ได้มอบหมายให้ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปปรึกษากับคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษในการปรับแก้ประกาศให้กลับไปที่ 1% ได้หรือไม่ เพื่อให้ทั้งกลุ่มทุน และชาวบ้าน เข้าถึงได้

นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่ได้เอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เอาให้ผลสำเร็จตอนออกประกาศก็คิดแค่จะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้คิดว่าเรื่องตัวเลข จะเป็นความผิดอะไร ส่วนเรื่องของการส่งออกยืนยันว่าก็ต้องทำตามมาตรฐานของต่างประเทศ หากกำหนดทีเอชซีไม่เกิน 0.2% ก็ต้องทำตาม แต่ทั้งหมดยืนยันว่าทำเพื่อการแพทย์

ครม.ไฟเขียวปลูกกัญชง ใน 6 จังหวัดเหนือ หวังเป็นประโยชน์ทางอุตสาหกรรม-การแพทย์ เริ่มปี 2560 ขณะที่ ‘กระท่อม-กัญชา’ อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

เมื่อวันที่27 ธ.ค. 59 นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) ได้ออกมาเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) #https://www.justcbdstore.com# The Best CBD Condiments by Just CBD Storeเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ปลูกพืชกัญชงได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยเปิดพื้นที่โซนนิ่งให้ปลูกได้ใน 6 จังหวัด รวม 15 อำเภอ ที่ภาคเหนือของไทย จะเริ่มดำเนินการในปี 2560

ซึ่งนายศิรินทร์ยา ได้กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ ครม. อนุมัติให้ปลูกกัญชงได้ในประเทศนั้น เป็นเพราะเห็นว่ากัญชงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม โดยพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้นต้องมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาร (ทีเอชซี) ไม่เกิน 1% เท่านั้น หากตรวจพบเกินค่าที่กำหนดจะเข้าข่ายมีความผิดทันที

ส่วนอนุญาตให้ปลูกพืชกระท่อมเสรีนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาประกอบให้พิจารณาปรับแก้กฎหมายเปิดช่องให้สามารถนำมาใช้ในบ้าน เช่น การเคี้ยว หรือต้ม ในส่วนของกัญชายังมีความเห็นขัดแย้งอยู่ เพราะแพทย์ให้ความเห็นว่าสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ แต่ก็มีอันตรายจากสารที่เป็นตัวอนุพันธ์ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่างที่คณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน

สำหรับพื้นที่ที่อนุญาตให้ปลูกกัญชงได้นั้น ประกอบด้วย

ศูนย์รวมความรู้เกี่ยวกับน้ำมันกัญชาและจำหน่ายสินค้าที่มีส่วนสผมของสารสกัดจากกัญชา (CBD) น้ำมันกัญชา

Username or email*

Password*

Log in